แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Police แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Police แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อัตราเงินเดือน,ค่าตอบแทนต่าง ๆ หากน้อง ๆ ได้ผ่านการคัดเลือก

สำหรับน้อง ๆ ที่จะสมัครสอบเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ประจำปี พ.ศ.2556 อาจอยากทราบว่า เมื่อเข้ามาแล้ว น้อง ๆ จะมีศักดิ์ มีสิทธิ์อย่างไรบ้าง ผมจะขออธิบายเป็นข้อ ๆ ดังนี้ครับ
ตำแหน่งอำนวยการและสนับสนุน
เมื่อน้อง ๆ ผ่านการคัดเลือกและได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็น ผู้บังคับหมู่ งาน(ตำแหน่งที่เลือก) ยศ สิบตำรวจตรี หรือ สิบตำรวจตรีหญิง แล้วแต่กรณี และเข้าทำงานทันทีเมื่อคำสั่งบรรจุแต่งตั้งมีผล ทั้งนี้การฝึกอบรมจะต้องรอกำหนดการในการเข้าฝึกอีกครั้งหนึ่ง เงินเดือนจะได้รับ ดังนี้
1       ระดับ ป.ขั้น 4.5 จำนวนเงิน 5,690 บาท กรณีบรรจุจากวุฒิ ม.และ
2       ระดับ ป.ขั้น จำนวนเงิน 6,470 บาท กรณีบรรจุจากวุฒิ ปวช.
ทั้ง กรณีดังกล่าวจะได้รับค่าครองชีพจำนวน 1500 บาท (จะได้รับไปจนกว่า เมื่อรวมกับเงินเดือนแล้ว ไม่เกิน 12,285 บาท) อีกกรณีหนึ่ง
ตำแหน่งป้องกันปราบปราม
เมื่อน้อง ๆ ผ่านการคัดเลือกและได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็น ผู้บังคับหมู่ งานป้องกันปราบปราม (ตำแหน่งที่เลือก) ยศ สิบตำรวจตรี เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้ว จะต้องเข้าอบรม ณ ศูนย์ฝึกอบรมที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด เป็นระยะเวลา ปี โดยในระหว่างการฝึกอบรม น้อง ๆ จะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ (เป็นข้าราชการตั้งแต่ฝึกอบรม) ชั้นพลตำรวจ ได้รับเงินเดือน ระดับ พ.ขั้น จำนวนเงิน 1,360 บาท และเมื่อผ่านการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับเงินเดือน ระดับ ป.ขั้น 8.5 จำนวนเงิน 6,970 บาท และได้รับค่าครองชีพจำนวน 1500 บาท เช่นเดียวกับตำแหน่งอำนวยการ แต่น้อง ๆ สายป้องกันปราบปราม จะมีสิทธิ์ได้รับเงินเพิ่มอื่น ๆ หากน้อง ๆ มีตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
1. ระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ด้านป้องกันปราบปราม ด้านสืบสวน และด้านจราจร พ.ศ. 2548
สารวัตร                 เดือนละ 4000 บาท
รองสารวัตร            เดือนละ 3500 บาท
ผู้บังคับหมู่             เดือนละ 3000 บาท
2. ระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ตำแหน่งผู้ปฏิบัติงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2550
สารวัตร                 เดือนละ 4000 บาท
รองสารวัตร            เดือนละ 3500 บาท
ผู้บังคับหมู่             เดือนละ 3000 บาท
3. ระเบียบ ก.ตร. ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน พ.ศ. 2553
พนักงานสอบสวน                           เดือนละ 12000 บาท
พนักงานสอบสวนชำนาญการ             เดือนละ 14400 บาท
พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ      เดือนละ 17300 บาท
พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ           เดือนละ 20800 บาท
พนักงานสอบสวนเชี่ยวชาญ              เดือนละ 25000 บาท
พนักงานสอบสวนเชี่ยวชาญพิเศษ       เดือนละ 30000 บาท

รายละเอียดเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมที่เวปบอร์ดครับ
http://www.policebd51online.com/forum/index.php/topic,2429.0.html


วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ตำรวจ ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน


สำหรับผู้ที่สนใจจะเข้ามาเป็นข้าราชการตำรวจ หรือ ที่เรียกว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” นั้น บางคนอาจจะมองว่าอาชีพตำรวจนั้นเป็นอาชีพที่ได้ใส่เครื่องแบบ เทห์ สมาร์ท ได้จับโจรผู้กระทำความผิด หรือบางคนอาจจะมองว่าเป็นอาชีพหนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการ มีความมั่นคงสูง นั่นเป็นเพียงมุมมองด้านหนึ่ง ซึ่งไม่รอบด้าน ต้องอาศัยรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำ เพราะการจะก้าวเข้ามาสู่การเป็น 
“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” นั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ลำดับแรก ต้องมีใจรักในความเป็นตำรวจ ตำรวจต้องพบปะกับประชาชน ตำรวจต้องจับกุมผู้กระทำความผิด เช่นความผิดตามกฎหมายจราจร อาจจะทำให้ประชาชนไม่พอใจ ก่นด่าตำรวจ 
เป็นจำนวนมาก อย่างนี้ ถ้าไม่มีใจรักแล้ว อยู่ยาก แต่ก่อนจะมาเป็นตำรวจได้นั้น น้อง ๆ จะต้องมีความรู้ ความเข้าใจในความเป็นตำรวจก่อน ซึ่งผมจะได้อธิบายต่อไป


ตัวอย่างนี้เป็นข้าราชการตำรวจหญิงสังกัดกองปราบปราม


ความหมายของตำรวจ  ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 “ข้าราชการตํารวจหมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้โดยได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในสํานักงานตํารวจแห่งชาติและให้หมายความรวมถึงข้าราชการในสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งสํานักงานตํารวจแห่งชาติแต่งตั้งหรือสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการตํารวจโดยได้รับเงินเดือนจากส่วนราชการรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

อำนาจหน้าที่ของตำรวจ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ มาตรา 6 บัญญัติไว้ว่า
สํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นส่วนราชการมีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรีและมีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) รักษาความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินีพระรัชทายาท ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์พระบรมวงศานุวงศ์ผู์แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ
(2) ดูแลควบคุมและกํากับการปฏิบัติงานของข้าราชการตํารวจซึ่งปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(3) ป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา
(4) รักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร
(5) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่ของข้าราชการตํารวจหรือสํานักงานตํารวจแห้งชาติ
(6) ช่วยเหลือการพัฒนาประเทศตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
(7) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้การปฏิบัติการตามอํานาจ
หน้าที่ตาม (1) (2) (3) (4) หรือ (5) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ


หน้าที่หลักคือให้บริการประชาชน

ใช้เทคโนโลยีในการจับกุมผู้กระทำความผิด



เมื่อเห็นดั่งนี้แล้วก็ย่อมเข้าใจแล้วว่า ตำรวจเป็นข้าราชการหน่วยงานหนึ่งซึ่งมีอำนาจตาม 6 ข้อที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ แต่ก่อนจะเข้ามาเป็นตำรวจ น้อง ๆ ต้องทราบว่า ตำรวจไทยนั้น มีจำนวนมากกว่า 2 แสนนาย ซึ่งแบ่งออกเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน และข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร มีการกำหนดยศ กำหนดตำแหน่งไว้

ข้าราชการตำรวจชั้นประทวน จะมียศตั้งแต่ พลตำรวจ (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) สิบตำรวจตรี สิบตำรวจโท สิบตำรวจเอก จ่าสิบตำรวจ และดาบตำรวจ


ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร จะมียศตั้งแต่ ร้อยตำรวจตรี ร้อยตำรวจโท ร้อยตำรวจเอก พันตำรวจตรี พันตำรวจโท พันตำรวจเอก พลตำรวจตรี พลตำรวจโท พลตำรวจเอก




สำหรับน้อง ๆ หรือผู้ปกครอง ที่สนใจจะให้บุตรหลานท่านเข้ารับราชการตำรวจ ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะเปิดรับบุคคลภายนอกเข้าไปข้าราชการตำรวจ ทางหลัก ๆ คือ

1. เข้าเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ กลุ่มนี้จะเปิดรับสมัครพร้อม ๆ กลุ่มทหารเหล่าต่าง ๆ คือทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ จะรับบุคคลชายอายุตั้งแต่ 14 – 17 ปี วุฒิการศึกษา ม.3 ยอดรับแต่ละปี ประมาณ 200 คน เข้าศึกษาในโรงเรียนเตรียมทหาร เป็นระยะเวลา 3 ปี และเข้าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อีก 4 ปี สำเร็จการศึกษา ประดับยศ ว่าที่ร้อยตำรวจตรี เข้ารับราชการในสังกัดต่าง ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป



2. เป็นเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ กลุ่มนี้จะเปิดรับจำนวนมาก โดยจะเปิดรับสมัครประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค. โดยจะแบ่งออกเป็น 2 สายงานหลัก ๆ คือ งานป้องกันปราบปราม และงานอำนวยการและสนับสนุน


คุณสมบัติ สายงานป้องกันปราบปราม
เพศชาย
วุฒิการศึกษา ม.6 หรือ ป.ว.ช.
อายุตั้งแต่ 18 – 27 ปีบริบูรณ์
ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า 160 ซม.
ผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ จบ รด.ปี 3
คุณสมบัติ สายงานอำนวยการหรือสนับสนุน
เพศชาย หรือ เพศหญิง
วุฒิการศึกษา ม.6 ป.ว.ช. หรือเทียบเท่า
อายุตั้งแต่ 18 – 35 ปีบริบูรณ์
เพศชาจต้องผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ จบ รด.ปี 3
สำหรับการทดสอบ จะแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ
1 ภาคความรู้ความสามารถ จะสอบในวิชา ดังต่อไปนี้
- ความสามารถทั่วไป
- ภาษาไทย
- ภาษาต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ
- งานเทคโนโลยีสารสนเทศเบื้องต้น
- จริยธรรมและกฎหมายที่ประชาชนควรรู้
2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง
ทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย แบ่งเป็น
 - วิ่ง ระยะทาง 1000 เมตร ใช้เวลาไม่เกิน 4 นาที 50 วินาที ถือว่าผ่าน
 - ว่ายน้ำ ระยะทาง 25 เมตร ใช้เวลาไม่เกิน 30 วินาที ถือว่าผ่าน
 - สอบสัมภาษณ์ จะเป็นกำรประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ที่จะแต่งตั้งจำกพฤติกรรมที่ปรากฏ ซึ่งก็จะมีแค่ ผ่าน กับ ไม่ผ่าน ส่วนมากคณะกรรมการจะไม่ให้ตกสัมภาษณ์ ยกเว้นแต่จะแบบว่าพูดจาไม่รู้เรื่อง หรืออย่างไรก็ตาม แต่ที่ผ่านมา มีไม่กี่รายที่ตกสัมภาษณ์
การตรวจร่างกายจากคณะกรรมการแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ที่ไม่เป็นโรคหรืออาการตำมที่กำหนดไว้ ถือว่า ผ่าน

   
                                                ตัวอย่างประกาศรับสมัคร ประจำปี พ.ศ.2555

อันนี้เป็นรายละเอียดอย่างคร่าว ๆ น้อง ๆ ต้องทำศึกษา ทำความเข้าใจในหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งมีมากมาย ซึ่งบางครั้งน้อง ๆ ต้องปฏิบัติตัวเอง ไม่ให้ผิดหลักเกณฑ์ เช่น ห้ามสักผิวหนัก ห้ามเจาะหู เป็นต้น น้อง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.policeadmission.com
เมื่อน้อง ๆ ผ่านการคัดเลือก โดยวิธีการสอบคัดเลือก น้อง ๆ ที่สอบคัดเลือกเข้ามาในสายงานป้องกันปราบปราม ต้องเข้ารับการฝึกอบรม ณ ศูนย์ฝึกอบรมตามภาคต่าง ๆ ที่น้องสมัครเข้ามา เป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างฝึกอบรมจะได้รับเงินเดือน ๆ ละ 1,360 บาท และเมื่ออบรมเสร็จเข้ารับการบรรจุแต่งตั้ง ยศสิบตำรวจตรี ณ หน่วยงานที่น้อง ๆ เลือกตามคะแนนการสอบวัดผลระหว่างการฝึกอบรม อัตราเงินเดือน 6,970 บาท มีเงินเพิ่มสำหรับสายงานป้องกันปราบปราม 3000 บาท และค่าครองชีพ สำหรับผู้มีเงินเดือนไม่เกิน 12280 บาท จำนวน 1500 ต่อเดือน รวม ๆ แล้วก็ถือว่าอยู่ในอย่างสมศักดิ์ศรี กับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน